[เรื่องสั้น] แฟนเก่า … คนโปรด

เราสามารถรักคนสองคนในเวลาเดียวกันได้หรือไม่ ผมเคยตอบว่า ไม่มีทาง ถ้าเรารักคนแรก เราจะไม่มีคนที่สอง แต่ประสบการณ์ที่เจอทำให้ผมไม่แน่ใจแล้วสิ ผมทำงานเป็นช่างภาพและตัดต่ออิสระ ช่วงก่อนโควิดถือเป็นช่วงเฟื่องฟูของงานผมเลยก็ว่าได้ เงินที่ได้รับแต่ละเดือนมากกว่าสมัยทำงานประจำเสียอีก แต่หลังจากเผชิญพิษโควิดงานก็น้อยลงมาก ยังดีที่ผมมีบ้านอยู่ ไม่ต้องเช่า จึงพอดูแลตัวเองได้

เนื่องจากสายงาน ทำให้ผมมีคอนเนคชั่นค่อนข้างเยอะ และมีรุ่นพี่ในสายงานเดียวกันส่งงานมาให้ช่วย นั่นเป็นครั้งแรกที่ทำให้ผมได้พบกับ ต้า เธอทำงานอยู่ในบริษัทแห่งหนึ่ง และเป็นเจ้าหน้าที่คนกลางที่มาดีลงานกับผมเรื่องทำคลิปโปรโมทบริษัท บริษัทของต้าอยู่จังหวัดหนึ่งทางภาคอีสาน ผมจึงต้องเดินทางไปถ่ายภาพถึงที่และได้พบตัวจริงของเธอ หลังจากที่คุยโทรศัพท์กันมาสักพัก ผมชอบต้าทันทีที่เห็น เธอไม่ใช่คนสวยโดเด่น แต่ผมชอบอัธยาศัยที่ดี ความคล่องแคล่ว คุยเก่งของเธอ

เมื่อทำงานชิ้นแรกผ่านไป ปรากฎว่าบริษัทพึงพอใจผลงานของผมจึงจ้างทำคลิปต่อไปอีก และแน่นอนว่าคนที่เป็นธุระให้ก็คือต้า คราวนี้ผมไม่ปล่อยให้โอกาสผ่านเลยไป เริ่มทำความรู้จักกับเธอแบบเป็นกิจลักษณะ ขอไลน์ส่วนตัว เราคุยกันบ่อยขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่ยังรวมถึงเรื่องทั่วไปอย่างดินฟ้าอากาศ ไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิต พูดง่ายๆ คือจีบนั่นแหละครับ สุดท้ายผมก็สารภาพกับต้าว่าชอบ เป็นโชคดีที่ต้าเองก็ใจตรงกับผม เราสองคนจึงได้เปลี่ยนสถานะจากพาร์ทเนอร์ร่วมงานมาเป็นแฟน

ทุกอย่างดำเนินไปอย่างปกติ จนกระทั่งผมมีโอกาสได้คุยกับแฟนเก่าทางไลน์อีกครั้ง เธอชื่อ ออม แต่เป็นการคุยกันอย่างเพื่อนจริงๆ เพราะออมก็มีแฟนใหม่ไปนานแล้ว ผมกับออมเคยคบกันเมื่อเกือบสิบปีก่อน ถือว่านานมากแล้ว ออมยังร่าเริงและรู้ทันผมเหมือนเดิม ผมไม่ได้ปกปิดเรื่องที่คบกับต้าซึ่งออมก็ยินดีด้วย ระหว่างนี้ผมกับออมก็คุยกันเป็นระยะ จนกระทั่งผ่านไปราวปีกว่าผมกับต้าก็เริ่มคุยกันเรื่องแต่งงาน คนแรกที่ยินดีกับผมคือออม

ผมตื่นเต้นมาก เมื่อต้านัดหมายว่าเดือนตุลาคมจะพาไปพบพ่อแม่เพื่อตกลงกันเรื่องสินสอด ผมจึงเล่าให้ออมฟัง แต่ปรากฎว่าออมเพิ่งถูกแฟนบอกเลิก เธอโทรฯ หาผมและร้องไห้อยู่เป็นชั่วโมง ผมไม่เคยเห็นออมเป็นแบบนี้ สมัยคบกัน มีทะเลาะกันบ้าง ออมก็ไม่เคยอ่อนแอขนาดนี้ ผมอดเป็นห่วงไม่ได้จึงคุยกับออมบ่อยขึ้น เมื่อต้ารู้เรื่องของออมก็ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก เริ่มมีคำพูดกระแนะกระแหน ประชดประชันตามประสาผู้หญิง และบางครั้งก็รุนแรงถึงขั้นเอาเรื่องครอบครัวของผมที่มีปัญหาเรื่องหนี้สินมาพูด ทำให้ผมทะเลาะกับต้าบ่อยขึ้น

จุดพีคของเรื่องนี้เกิดขึ้นในปลายเดือนกันยายน ก่อนที่ผมจะไปพบพ่อกับแม่ของออมไม่นาน เมื่อจู่ๆ ต้าก็โทรฯ มาบอกว่าให้เลื่อนงานแต่งออกไปอย่างไม่มีกำหนด ผมถามเหตุผล ได้ความว่าเธอปรึกษาผู้ใหญ่หลายคนและรู้สึกว่าผมยังไม่พร้อมจะสร้างครอบครัว เนื่องจากผมมีหนี้สินและเงินเก็บก็ถูกนำมาใช้ไปพอสมควรในสถานการณ์โควิด แม้จะถูกแบ่งไว้ส่วนหนึ่งสำหรับการแต่งงานแล้วก็ตาม ผมผิดหวังและเสียใจมาก จึงเลี่ยงที่จะคุยกับต้า หันมาคุยกับออมแทน

ผมกับออมเหมือนอยู่ในสถานะเดียวกัน ออมถูกทิ้งและยังทำใจไม่ได้ ส่วนผม มึนงงกับชีวิต กำลังจะได้แต่งงานแต่จู่ๆ แฟนก็เลื่อนงานออกไปแบบไร้เป้าหมาย การคุยกับแฟนเก่าที่รู้ใจกัน แค่มองตาก็รู้ว่าคิดอะไร ไม่มีเรื่องให้ต้องเครียด เพราะไม่ได้คาดหวังอะไรต่อกันทำให้ผมสบายใจมากขึ้น ในขณะที่สถานการณ์กับต้ากลับดูแปลกๆ เมื่อต้าพยายามติดต่อผม คุยกับผมว่ายังเป็นแฟนกันเหมือนเดิม ไม่ได้ขอเลิก เพียงแต่ยังไม่แต่งและไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะแต่ง

ตอนนี้ผมค่อนข้างสับสนกับอนาคตของตัวเอง ออมก็อยู่ข้างผม และผมยอมรับว่าหวั่นไหวกับเธอไม่น้อย ออมไม่เคยเอาเรื่องครอบครัวหรือหนี้สินมาพูดทำให้ผมเสียใจเลย ในขณะที่ต้าก็ยังแสดงออกว่ารักและไม่ต้องการเลิกกับผม ไม่เลิกแต่ไม่แต่งงาน หากเป็นผู้อ่านจะทำอย่างไรครับ…


— จบบริบูรณ์ —

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x